• New Investors Program For Society & Super Enterpreneur Program For Society
  • New Investors Program For Society & Super Enterpreneur Program For Society
  • New Investors Program For Society & Super Enterpreneur Program For Society
Previous ◁ | ▷ Next
 
 
 

ประวัติสถาบัน

สถาบันนักลงทุนรุ่นใหม่
Institute of Intelligent Investors (III)

      เมื่อประมาณปี 2545 นายมนตรี ฐิรโฆไท นายกสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทยในขณะนั้น ได้เป็นผู้ริเริ่มและจัดทำหลักสูตรฝึกอบรมสำหรับนิสิตนักศึกษา ภายใต้ชื่อโครงการว่า “โครงการ นักลงทุนรุ่นใหม่” New Investors Program (NIP) โดยได้รับการสนับสนุนทั้งด้านสถานที่ฝึกอบรมและเงินงบประมาณ จาก ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยซึ่งมี นายกิตติรัตน์ ณ.ระนอง ดำรงตำแหน่งเป็นผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ในขณะนั้น ปัจจุบันท่านดำรงตำแหน่ง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โครงการอบรมดังกล่าวได้ดำเนินการจัดการอบรมโครงการฯ มาแล้วจำนวน 20 รุ่น มีผู้ผ่านการอบรมมากกว่า 5,000 คน โดยมีนายมนตรี ฐิรโฆไท เป็นประธานพัฒนาหลักสูตรและผู้ดำเนินการโครงการมาตลอดระยะเวลา 10 ปี ในนามของสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย

      ในปี 2556 นี้ นายมนตรี ฐิรโฆไท ได้ร่วมกับนายชัยยันต์ เจริญโชคทวี อดีตเลขาธิการสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย จัดตั้ง”สถาบันนักลงทุนรุ่นใหม่” หรือ Institute of Intelligent Investors (III) ขึ้น โดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆในด้านสถานที่อบรมและงบประมาณดำเนินงานและการสนับสนุนจากบรรดาวิทยากร ผู้ทรงคุณวุฒิ ในด้านต่างๆมากมาย โดยมีวิสัยทัศน์ที่สำคัญคือ มุ่งจะทำให้ “สถาบันนักลงทุนรุ่นใหม่” หรือ Institute of Intelligent Investors (III) แห่งนี้ เป็น “สถาบันทางวิชาการ ที่ทำหน้าที่องค์กรทางด้านสังคม สร้างสังคมอุดมปัญญา” มุ่งเน้นในการอำนวยความรู้และให้การศึกษาอบรมแก่กลุ่มนิสิตนักศึกษา กลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs)กลุ่มผู้บริหารรุ่นใหม่ หรือ กลุ่มนักลงทุนรุ่นใหม่ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการก้าวสู่ การเป็นผู้มีส่วนร่วมในระบบเศรษฐกิจและตลาดทุนไทย และมุ่งหวังให้กลุ่มนิสิตนักศึกษา กลุ่มผู้ประกอบการ กลุ่มผู้บริหารรุ่นใหม่ หรือ กลุ่มนักลงทุนรุ่นใหม่เหล่านี้ คำนึงถึงการทำประโยชน์ในด้านต่างๆ ตอบแทนคืนสู่สังคม เสริมสร้างความรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม การถือหลักคุณธรรมและความซื่อสัตย์สุจริต ในการดำเนินชีวิต และการถือหลักธรรมมาภิบาลในการประกอบธุรกิจ ดำรงตนเป็นทรัพยากรที่มีคุณภาพ และเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ประชาชนต่อไปในอนาคต เชื่อมโยงสังคมไทยให้อยู่ได้อย่างมั่นคง เป็นสุขและยั่งยืน